วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

บันทึกอนุทินครั้งที่ 13

บันทึกอนุทินครั้งที่ 13
วัน ศุกร์ ที่ 3 เดือน พฤษภาคม พ.ศ 2562

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการ์ตูนทำกับข้าว น่ารักๆ

           มีการเตรียมอุปกรณ์ไปทำอาหารที่ รร.สาธิต โดยที่ อ.บาสจะทำของหวานให้ทาน คือ บัวลอย ส่วนนักศึกษาก็แบ่งกลุ่มกันทำอาหารมีทั้งอาหารหลัก อาหารว่างแล้วก็มีรุ่นพี่ปี3มาช่วยชิมและให้คำแนะนำเหมือนปาร์ตี้ปิดคอร์สเล็กๆแต่สนุกและอิ่มมากได้กินข้าวร่วมกับเพื่อนๆ




บันทุกอนุทินครั้งที่ 12

บันทึกอนุทินครั้งที่ 12
วัน ศุกร์ ที่ 26 เดือน เมษายน พ.ศ.2562



           มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องหลักการจัดเตรยมอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัยโดยจะยึดหลัก ดังนี้
1.การจัดอาหารที่มีประโยชน์
2.เป็นอาหารที่มีคุณค่า
3.การจัดอาหารที่ประหยัด
          การจัดรายการอาหาร
1.อาหารหลัก เป็นอาหารที่ให้โภชนาการการเจริญเติบโต เช่น ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว
2.อาหารว่าง  ไม่ใช่อาหารคาวอาหารหวาน เช่น ข้าวต้มมัด ฟักทอง
3.อาหารหวาน เช่น ของหวาน

 **สัปดาห์หน้ามีการประกอบอาหารสำหรับเด็กปฐมวัยที่ รร.สาธิต มีการนัดหมายและแบ่งกลุ่ม




วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2562

บันทึกอนุทินครั้งที่ 11


บันทึกอนุทินครั้งที่  11

วัน ศุกร์ ที่ 19 เดือน เมษายน พ.ศ.2562

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การ์ตูนน่ารักๆ เคลื่อนไหว

          วันนี้เรียนเรื่องโภชนาการอาหารสำหรับเด็ก อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อร่างกายของมนุษย์ นับตั้งแต่ปฏิสนธิอยู่ในครรภ์มารดาเมื่อเริ่มมีชีวิต ทารกจะได้รับอาหารผ่านทางสายรก และใช้ในการเจริญเติบโตตลอดมาหลักของโภชนาการได้จัดแบ่งอาหารออกเป็นหมู่ได้ 5 หมู่ ได้แก่ 
อาหารหมู่ที่ 1 เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเมล็ดแห้ง ช่วยสร้างเสริมและซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ
อาหารหมู่ที่ 2 ข้าว หัวเผือก หัวมัน แป้ง น้ำตาล ให้พลังงานความอบอุ่น
อาหารหมู่ที่ 3 ผักใบเขียวและพืชผักต่างๆ ให้วิตามิน เกลือแร่และเส้นใย
อาหารหมู่ที่ 4 ผลไม้ต่างๆ ให้วิตามินและเกลือแร่
อาหารหมู่ที่ 5 ไขมัน น้ำมันจากพืชและสัตว์ ให้พลังงานและความอบอุ่น 


         จากนั้นก็มีกิจกรรมการโต้วาที "เลี้ยงลูกเองที่บ้านกับส่งลูกมาเรียนอนุบาลอะไรดีกว่ากัน "
ซึ่งมีข้อดีข้อเสียที่เหมือนกันไม่ว่าจะเลี้ยงเองที่บ้านหรือส่งมาโรงเรียนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมความพร้อมของผู้ปกครองเลี้ยงที่บ้านพ่อแม่อาจจะได้ดูแลลูกได้เต็มที่แต่ลูกอาจขาดทักษะทางสังคม        การพบปะผู้คน แต่ถ้าส่งลูกมาโรงเรียนถึงบางครํ้งครูอาจดูแลเด็กได้ไม่เต็มที่หรือเอาใจใส่ไม่เท่ากันแต่ก็เชื่อว่า คนเป็นครูทำเต็มที่แล้วจริง5555+



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง








วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562

บันทึกอนุทินครั้งที่ 10

บันทึกอนุทินครั้งที่  10

วัน ศุกร์ ที่ 5 เดือน เมษายน พ.ศ.2562

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

        วันนี้ได้นำเสนองานที่ไปสัมภาษณ์ครูว่าโรงเรียนที่เราไปมีรูปแบบการสอนยังไง ดูแลสุขอนามัยเด็กๆยังไง การเรียนการสอนมีอุปสรรคอะไรไหม สำหรับกลุ่มเราก็ได้ไปสัมภาษณ์ครูที่โรงเรียนวิชูทิศ การเรียนการสอนก็จะเน้นเด็กเป็นสำคัญ มีการเขียนแผนการเรียนการสอน แล้วในแต่ละห้องก็จะมีพี่เลี้ยงคอยช่วยดูแลเด็ก

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9

บันทึกอนุทินครั้งที่  9

วัน ศุกร์ ที่ 29 เดือน มีนาคม พ.ศ.2562

วันนี้ได้ไปสัมภาษณ์ครูที่โรงเรียนวิชูทิศ


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การ์ตูนน่ารักๆ เคลื่อนไหว

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

วัน ศุกร์ ที่ 22 เดือน มีนาคม พ.ศ.2562

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตุ๊กตาน่ารักเคลื่อนไหว
         วันนี้มีการนำเสนอบทความ ที่อ.บาสให้ไปหาเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ซึ่งฉันก็หาเกี่ยวกับเรื่อง สุขอนามัยที่ดีของเด็ก  ดังนี้
เด็ก คือ วัยที่ช่างเรียนรู้ ช่างสำรวจและชอบเลียนแบบ พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็น ฝึกให้เด็กมีระเบียบวินัยทางด้านสุขอนามัย ปลูกฝังให้เป็นวิธีปฏิบัติในชีวิตประจำวันให้เด็กทำตามอย่างมีความสุขเพื่อเป็นนิสัยติดตัวไปตลอด ได้แก่
-การแปรงฟัน ควรฝึกให้เด็กแปรงฟันอย่างน้อยวันลั 2 ครั้ง
-การล้างมือ พ่อแม่ควรฝึกให้เด็กล้างมือให้สะอาดอยู่บ่อยๆ ล้างทุกครั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร และหลังการขับถ่าย เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่ติดมากับมือเพราะเด็กชอบเอามือเข้าปาก
-การขับถ่าย ควรฝึกให้เด็กนั่งกระโถนหรือชักโครก และขับถ่ายให้เป็นเวลา


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

วัน ศุกร์ ที่ 15 เดือน มีนาคม พ.ศ.2562

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตุ๊กตาน่ารักเคลื่อนไหว

      วันนี้ อ.บาส สอนเรื่อง การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในเด็กปฐมวัย  “จริยธรรม คือ หลักคำสอนที่ว่าด้วยแนวทางการประพฤติที่เป็นหลักการและเป็นที่ยอมรับนับถือ”
          ทฤษฎีจริยธรรมตามแนวคิดการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมของโคลเบิร์ก
 ขั้นตอนที่ 1 การหลีกเลี่ยงการลงโทษและการทำตามคำสั่ง 
 ขั้นตอนที่ 2 การปฏิบัติเพื่อมุ่งหวังรางวัลส่วนตัว
         ทฤษฎีการเรียนรู้จริยธรรมด้วยการกระทำตามแนวคิดของสกินเนอร์  เป็นผู้เสนอทฤษฎีที่มีความเชื่อว่าพฤติกรรมของคนเกิดจากการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ผลจากการแสดงพฤติกรรมนั้นจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าพฤติกรรมนั้นจะมีแนวโน้มเกิดขึ้นอีกหรือไม่ในสถานการณ์ที่คล้ายกับสถานการณ์เดิม ถ้าเกิดขึ้นอีกจะเรียกผลพฤติกรรมนั้นว่า การเสริมแรงทางบวก แต่ถ้าไม่เกิดขึ้นอีกเรียกผลของพฤติกรรมนั้นว่า การลงโทษ
        ทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมจริยธรรมตามแนวคิดของแบนดูรา อธิบายว่า พฤติกรรมส่วนใหญ่ของคนในสังคมเกิดจากการเรียนรู้ โดยการสังเกตจากตัวแบบ ทั้งตัวแบบในชีวิตจริง หรือตัวแบบที่เป็นสัญลักษณ์ ทั้งนี้ตัวแบบจะทำหน้าที่ทั้งสร้างหรือพัฒนาพฤติกรรมจริยธรรม และจะทำหน้าที่ในการระงับ พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เด็กปฐมวัยจึงเรียนรู้พฤติกรรมจริยธรรมจากตัวแบบ ผู้ใหญ่และสังคมจึงเป็นตัวแบบที่เด็กดูสังเกตและลอกแบบ การสอนจริยธรรมในแนวคิดนี้คือ การสร้างและเลือกตัวแบบที่ดีให้เด็กได้สังเกต 


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

             



บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

วัน ศุกร์ ที่ 8 เดือน มีนาคม พ.ศ.2562

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตุ๊กตาน่ารักเคลื่อนไหว

สอบกลางภาคนอกตาราง ที่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กระดาษเปล่ากับดินสอ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

วัน เสาร์ ที่ 23 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตุ๊กตาน่ารักเคลื่อนไหว

        วันนี้เป็นวันสอนชดเชย อ.บาสมีกิจกรรมมาให้ทำเป็นงานกลุ่มให้นำเสนอวิธีการส่งเริมเสริมพัฒนาการทั้ง 4ด้านของเด็ก ในบทบาทของการเป็นครูและบทบาทของการเป็นผู้ปกครอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การ์ตูนน่ารักๆ เคลื่อนไหว

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

วัน ศุกร์ ที่ 22 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตุ๊กตาน่ารักเคลื่อนไหว

การอบรมเลี้ยงดูเด็ก หมายถึง การที่บิดา มารดาหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในการเลี้ยงดูเด็ก ปฏิบัติต่อเด็กที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาซึ่งผู้อบรมต้องอบรมด้วยความรัก ความเข้าใจ
ความสำคัญของพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดู  คุณภาพและประสิทธิภาพของมนุษย์ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของแต่ละคนตามวัยต่างๆโดยเฉพาะบุคคลในวัยทำงานนั้นจะมีคุณภาพและประสิทธิภาพเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ การฝึกฝน และประสบการณ์ต่อเนื่องกันตั้งแต่แรกเกิดถึงวัยปัจจุบัน การเรียนรู้ครั้งแรกของมนุษย์ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่ โดยถือว่าพ่อแม่คือครูคนแรกของลูก
รูปแบบของการอบรมเลี้ยงดู 
1.การอบรมเลี้ยงดูแบบความรักความอบอุ่นแบบประชาธิปไตย  การเลี้ยงดูแบบที่พ่อแม่สนับสนุนให้ลูกมีพัฒนาการตามวุฒิภาวะของเด็ก คือให้เด็กมีอิสระในการทำสิ่งต่างๆ แต่ก็มีการกำหนดขอบเขตพฤติกรรม มีการใช้เหตุและผลทั้งของพ่อแม่และลูกมาประกอบกัน พ่อแม่แบบนี้จะมีความคาดหวังสูงแต่ไม่ได้เคร่งครัดจนเกินไป และมีการให้ความรักความอบอุ่นและใส่ใจต่อลูก ส่งเสริมให้ลูกเป็นตัวของตัวเอง ให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของครอบครัว
2.การอบรมเลี้ยงดูแบบคาดหวังเอากับเด็ก  การเลี้ยงดูแบบที่พ่อแม่มีความเข้มงวด มีระบบ ควมคุมและวางกฎเกณฑ์ให้ลูกทำตามอย่างเข้มงวด เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองคิดว่าดีที่สุดไว้เพื่อลูก และคาดหวังให้เด็กต้องทำตามโดยไม่มีข้อโต้แย้ง อธิบายเหตุผลที่ทำน้อยมากหรือแทบจะไม่อธิบายเลย พ่อแม่ในกลุ่มนี้มักฝึกหรือสอนลูกด้วยการลงโทษ ดุ ด่า มากกว่าการฝึกระเบียบวินัย มีการเรียกร้องสูงแต่กลับไม่เอาใจใส่หรือตอบสนองความต้องการจริงๆ ของลูก
3.การอบรมเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย  การเลี้ยงดูแบบที่พ่อแม่ใส่ใจลูกน้อยมาก ไม่ให้ความสนใจหรือตอบสนองความต้องการใดๆ ของลูก เช่น ไม่เล่นด้วย ปล่อยให้เล่นเองคนเดียว เมื่อลูกเข้าหาก็ไม่สนใจ หรือสนใจแบบให้ผ่านไปที ไม่สนใจที่จะแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็กเพราะรู้สึกเป็นเรื่องเสียเวลาและยุ่งยาก โดยส่วนมากพ่อแม่ที่เป็นแบบนี้มักจะไม่รู้ตัวว่ากำลังทอดทิ้งลูก เพราะสนใจแต่หน้าที่การงาน หรือปัญหาในชีวิตตัวเอง
4.การอบรมเลี้ยงดูแบบรักถนอมมากเกินไป  การเลี้ยงดูแบบที่พ่อแม่สนับสนุนและรักลูกมาก ปล่อยให้ลูกทำทุกอย่างที่ต้องการโดยไม่มีการกำหนดขอบเขต ไม่มีการฝึกระเบียบวินัย ใช้การลงโทษน้อยมาก พ่อแม่อาจให้คำปรึกษาหรือพยายามใช้เหตุผลกับลูก แต่ไม่มีอำนาจในการควบคุมพฤติกรรม เมื่อมีการตั้งกฎมักจะให้ลูกทำตามกฎไม่ได้เพราะตนเองใจอ่อน เมื่ออยากให้ลูกทำอะไรมักจะใช้รางวัลเป็นสิ่งล่อ  พ่อแม่ที่เป็นแบบนี้มักพบบ่อยในครอบครัวที่มีลูกยาก มีลูกเมื่ออายุมาก ลูกเจ็บป่วยรุนแรงหรือป่วยบ่อย เป็นต้น
เลี้ยงลูกอย่างไรให้สมองทำงานดี??
-กินอาหารดี ดื่มน้ำมากๆ นอนหลับให้เพียงพอ
-กระตุ้นสัมผัสผ่านการลงมือทำ
-เล่นกีฬาและทำงานศิลปะ
-ใช้วิธีการธรรมชาติ เปิดโอกาสให้แก้ปัญหาด้วยตนเอง


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3


บันทึกอนุทินครั้งที่ 3

วัน ศุกร์ ที่ 8 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตุ๊กตาน่ารักเคลื่อนไหว





วันนี้ก็มีการนำเสนอพัฒนาการของเด็กทั้ง4ด้านตามที่แต่ละกลุ่มได้รับมอบหมาย ดังนี้
พัฒนาการด้านร่างกาย
ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud)
ฟรอยด์ได้แบ่งขั้นพัฒนาการทางเพศไว้ 5 ขั้นตอน คือ
 1.  ขั้นปาก (แรกเกิด - 18 เดือน) ลิบิโดไปกระตุ้นบริเวณปาก การดูดจึงเป็นการลดภาวะเครียดของเด็ก
2.  ขั้นทวารหนัก (อายุ 1 ปี 6 เดือน - 3 ปี 6 เดือน) ลิบิโดไปกระตุ้นที่ทวารหนัก การกัก และการปล่อยอุจจาระจึงเป็นการลดภาวะเครียดของเด็ก
3.  ขั้นอวัยวะเพศ  (อายุ 3 ปี 6 เดือน - 6 ปี) ลิบิโดไปกระตุ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเด็กเริ่มสนใจความแตกต่างระหว่างเพศ จึงทำให้ชอบจับต้องอวัยวะเพศเล่น
4.  ขั้นพัก หรือขั้นแฝง  (อายุ 6 - 12 ปี) ขั้นนี้ถือได้ว่าเป็นการพัก แต่มิใช่ว่าไม่มีการกระตุ้นของลิบิโดแต่พฤติกรรมทางเพศเป็นไปอย่างสะเปะสะปะไม่อยู่ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งโดยเฉพาะจึงไม่มีภาวะติดค้าง
5.  ขั้นเพศ(อายุ 12 - 20 ปี) เป็นช่วงวัยรุ่น ลิบิโดจะไปกระตุ้นบริเวณอวัยวะเพศ และเป็นไปอย่างมี “วุฒิภาวะทางเพศ”
อาร์โนลด์ กีเซล (Arnold Gesell)
1. พฤติกรรมทางการเคลื่อนไหว ครอบคลุมการบังคับอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายและความสัมพันธ์ทางด้านการเคลื่อนไหว
2. พฤติกรรมทางการปรับตัว ครอบคลุมความสัมพันธ์ของการใช้มือและสายตา การสำรวจ ค้นหา การกระทำต่อวัตถุ การแก้ปัญหาในการทำงาน
3. พฤติกรรมทางการใช้ภาษา ครอบคลุมการที่เด็กใช้ภาษา การฟัง การพูดการอ่านและการเขียน
4. พฤติกรรมส่วนตัวและสังคมควบคุมการฝึกปฏิบัติส่วนตัวเช่นการกินอาหารการขับถ่าย

พัฒนาการด้านอารมณ์
Jon bowldy          ทฤษฎีความผูกพัน (อังกฤษ: Attachment theory) หรือ ทฤษฎีความผูกพันทางอารมณ์  หลักสำคัญที่สุดของทฤษฎีก็คือว่า ทารกจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์กับคนเลี้ยงหลักอย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อให้เกิดพัฒนาการทางสังคมและทางอารมณ์ได้อย่างสำเร็จ โดยเฉพาะการเรียนรู้เพื่อควบคุมอารมณ์ตนเองอย่างมีประสิทธิผล
ลอเรนซ์ โคลเบอร์ก
ระดับที่  1 ระดับก่อนกฏเกณฑ์สังคม ระดับนี้เด็กจะรับกฎเกณฑ์และข้อกำหนดของพฤติกรรมที่“ดี”  “ไม่ดี” จากผู้มีอำนาจเหนือตนมักจะคิดถึงผลตามที่จะนำรางวัลหรือการลงโทษ
-ในขั้นนี้เด็กจะใช้ผลตามของพฤติกรรมเป็นเครื่องชี้ว่า พฤติกรรมของตน “ถูก” หรือ “ผิด” เป็นต้นว่า  ถ้าเด็กถูกทำโทษก็จะคิดว่าสิ่งที่ตนทำ  “ผิดและจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ทำสิ่งนั้นอีก  พฤติกรรมใดที่มีผลตามด้วยรางวัลหรือคำชม เด็กก็จะคิดว่าสิ่งที่ตนทำ “ถูก”  และจะทำซ้ำอีกเพื่อหวังรางวัล
-ในขั้นนี้เด็กจะสนใจทำตามกฎข้อบังคับ  เพื่อประโยชน์หรือความพอใจของตนเอง หรือทำดีเพราอยากได้ของตอบแทน หรือรางวัลพฤติกรรมของเด็กในขั้นนี้ทำเพื่อสนองความต้องการของตนเอง   เช่น ประโยค “ถ้าเธอทำให้ฉัน  ฉันจะให้.......”
ระดับที่ 2 ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม  เป็นการประพฤติตนตามความคาดหวังของผู้ปกครอง บิดามารดา เป็นสิ่งที่ควรจะทำหรือทำความผิด เพราะกลัวว่าตนจะไม่เป็นที่ยอมรับของผู้อื่น
ขั้นที่ 3 การยอมรับของกลุ่มหรือสังคม
ขั้นที่ 4  กฎและระเบียบของสังคม
ระดับที่ 3 ระดับจริยธรรมอย่างมีวิจารณญาณ
ขั้นที่ 5  สัญญาสังคมหรือหลักการทำตามคำมั่นสัญญา
ขั้นที่ 6   หลักการคุณธรรมสากล

พัฒนาการด้านสังคม
อีริคสัน  ทฤษฎีจิตสังคม ได้แบ่งพัฒนาทางบุคลิกภาพออกเป็น 8 ขั้น เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยจะมี 4 ด้าน คือ
ขั้นที่ 1 ความไว้วางใจ – ความไม่ไว้วางใจ เป็นรากฐานที่สำคัญของพัฒนาการในวัยต่อไป เด็กวัยทารกจำเป็นจะต้องมีผู้เลี้ยงดูเพราะช่วยตนเองไม่ได้ ผู้เลี้ยงดูจะต้องเอาใจใส่เด็ก
ขั้นที่ 2 ความเป็นตัวของตัวเองอย่างอิสระ – ความสงสัยไม่แน่ใจตัวเอง วัยอายุ 2-3 ปี วัยนี้เป็นวัยที่เริ่มเดินได้ มีความอยากรู้อยากเห็น อยากจับต้องสิ่งของต่างๆ เพื่อต้องการสำรวจว่าคืออะไร เด็กเริ่มที่อยากเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง
ขั้นที่ 3 การเป็นผู้คิดริเริ่ม – การรู้สึกผิด วัยเด็กอายุประมาณ 3-5 ปี มีความคิดริเริ่มอยากจะทำอะไรด้วยตนเอง จากจินตนาการของตนเอง 
ขั้นที่ 4 ความต้องการที่จะทำกิจกรรมอยู่เสมอ – ความรู้สึกด้อย เด็กอายุประมาณ 6-12 ปี เนื่องจากเด็กวัยนี้มีพัฒนาการด้านสติปัญญาและทางด้านร่างกาย อยู่ในขั้นที่มีความต้องการที่จะอะไรอยู่ทุกเมื่อไม่เคยว่าง
อับราฮัม มาสโลว์ (Abraham Maslow) แบ่งความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เป็น 5 ระดับ ได้แก่
1.ความต้องการทางสรีระ หมายถึง ความต้องการพื้นฐานของร่างกายซึ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต 
2. ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึง ความต้องการความมั่นคงปลอดภัยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ
3.ความต้องการความรักและเป็นส่วนหนึ่งของหมู่คณะ  หมายถึง ความต้องการที่จะเป็นที่รักของผู้อื่น และต้องการมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น และเป็นส่วนหนึ่งของหมู่คณะ 
4. ความต้องการที่จะรู้สึกว่าตนเองมีค่า  หมายถึง ความปรารถนาที่จะมองตนเองว่ามีคุณค่าต้องการที่จะให้ผู้อื่นเห็นว่าตนมีความสามารถ มีคุณค่า 
5. ความต้องการที่จะรู้จักตนเองตามสภาพที่แท้จริง และพัฒนาศักยภาพของตน  หมายถึง ความต้องการที่จะรู้จักและเข้าใจตนเองตามสภาพที่แท้จริง เพื่อพัฒนาชีวิตของตนเองให้สมบูรณ์
พัฒนาการด้านสติปัญญา
ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget : 1896-1980) นักจิตวิทยาชาวสวิตเซอร์แลนด์ได้เรียนจบปริญญาเอกทางวิทยาศาสตร์ สาขาสัตววิทยา หลังจากที่เขาเรียนจบแล้วได้ทำงานกับนายแพทย์บีเนต์และซีโม ซึ่งเป็นผู้สร้างข้อสอบเชาวน์ เพียเจท์พบว่าคำตอบของเด็กเล็กกับเด็กโตจะตอบไม่เหมือนกัน และสรุปได้ว่า คำตอบของเด็กวัยต่างจะแตกต่างกันและไม่ควรด่วนสรุปว่าเด็กโตฉลาดกว่าเด็กเล็ก หรือคำตอบของเด็กเล็กจะผิดเสมอ
   1) พัฒนาการทางสติปัญญาของบุคคลเป็นไปตามวัยต่าง ๆ เป็นลำดับขั้น ดังนี้
1.1 ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori Motor Stage)ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี
 1.2 ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage) ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่อายุ 2-7 ปี แบ่งออกเป็นขั้นย่อยอีก 2 ขั้น คือ
  1. ขั้นก่อนเกิดสังกัป เป็นขั้นพัฒนาการของเด็กอายุ 2-4 ปี
   2. ขั้นการคิดแบบญาณหยั่งรู้ นึกออกเองโดยไม่ใช้เหตุผล เป็นขั้นพัฒนาการของเด็ก อายุ 4-7 ปี
 1.3 ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม (Concrete Operation Stage)ขั้นนี้จะเริ่มจากอายุ 7-11 ปี
 1.4 ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage) ขั้นนี้จะเริ่มจากอายุ 11-15 ปี

สกินเนอร์ (Burrhus Skinner)
วางเงื่อนไขแบบการกระทำหรือแบบปฏิบัติการ ซึ่งมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน คือ Operant Conditioning Theory หรือ Instrumental conditioning theory  หรือ  Type - R Conditioning Theory สกินเนอร์ได้เสนอแนวความคิดโดยจำแนกทฤษฎีทางพฤติกรรมออกเป็น  2  ประเภท  คือ
     1. พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้แบบ  Type S  (Response Behavior)  ซึ่งมีสิ่งเร้า 
(Stimulus)  เป็นตัวกำหนดหรือดึงออกมา เช่น น้ำลายไหลเนื่องจากใส่อาหารเข้าไปในปาก สะดุ้งเพราะถูกเคาะที่สะบ้าข้างเข่า หรือการหรี่ตาเมื่อถูกแสงไฟ พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการตอบสนองแบบอัตโนมัติ
     2. พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้แบบ Type R (Operant Behavior) พฤติกรรมหรือการตอบสนองขึ้นอยู่กับการเสริมแรง การตอบสนองแบบนี้จะต่างกับแบบแรก เพราะอินทรีย์เป็นตัวกำหนดหรือเป็นผู้สั่งให้กระทำต่อสิ่งเร้า ไม่ใช้ให้สิ่งเร้าเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของอินทรีย์ เช่น การถางหญ้า การเขียนหนังสือ การรีดผ้า พฤติกรรมต่าง ๆ ของคน




บันทึกอนุทินครั้งที่ 2


บันทึกอนุทินครั้งที่ 2

วัน ศุกร์ ที่ 25 เดือน มกราคม พ.ศ.2562


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตุ๊กตาน่ารักเคลื่อนไหว


             เข้าสู่การเรียนสัปดาห์ที่ 2 อ.บาสก็มีคลิปวิดีโอพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัยมาให้ดูแล้วก็สอนเรื่องบทที่ 2 ทฤษฏีที่เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ซึ่ง ทฤษฏีพัฒนาการ
กับเด็กปฐมวัย คือ 
-ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์  เป็นนักจิตวิทยาชาวออสเตรียที่มีความเชื่อว่าพัฒนาการบุคลิกภาพของคนขึ้นอยู่กับการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานทางด้านสรีระ หรือที่เขาเรียกว่าแรงขับโดยสัญชาติญาณ โดยสัญชาติญาณแรงขับโดยสัญชาติญาณ  แรงขับ ดังกล่าวมี 3 ประเภท ได้แก่ แรงขับทางเพศหรือความต้องการตอบสนองทางเพศ   แรงขับหรือความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ และแรงขับหรือความต้องการที่จะแสดงความก้าวร้าว 
    โครงสร้างของบุคลิกภาพ
-อิด (Id) หมายถึง พลังหรือแรงผลักที่มีมาแต่กำเนิด 
-อีโก้ (Ego) เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบุคลิกภาพที่ได้มีการคิดรวบรวมข้อมูลต่างๆ และมีการวางแผน การรู้จักรอคอย 
-ซุปเปอร์อีโก้ (Superego) เป็นส่วนของบุคลิกภาพที่คอยควบคุมหรือปรับการแสดงออกของอิดและอีโก้ให้สอดคล้องกับเหตุผลความถูกผิด คุณธรรมหรือจริยธรรม

-ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตสังคมของอีริคสัน เป็นนักจิตวิทยา  พัฒนาการที่มีชื่อเสียงและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากมีแนวคิดว่าวัยเด็กเป็นวัยที่สำคัญและพร้อมเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว

-ทฤษฎีวุฒิภาวะของกีเซล เป็นนักจิตวิทยาที่มี
ความเชื่อในเรื่องของความเจริญเติบโตตามวุฒิภาวะ โดยกล่าวว่า “วุฒิภาวะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างมีระเบียบ โดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งเร้าภายนอก”

-ทฤษฎีพัฒนาการด้านความรู้คิดของเพียเจท์  นักจิตวิทยาชาวสวิส ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กและพัฒนาการทางสติปัญญา
ขั้นที่ 1 ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว
(Sensorimotor Stage) อายุแรกเกิด – 2 ปี
ขั้นที่ 2 ขั้นก่อนการคิดอย่างมีเหตุผล (Preoperational Stage) อายุ 2 – 7 ปี แบ่งเป็นสองระยะ
- ระยะที่ 1 ขั้นก่อนความคิดรวบยอด (Preconceptual Thought) อายุ 2 – 4 ปี
- ระยะที่ 2 ขั้นคิดได้เองโดยไม่รู้เหตุผล (Intuitive Thought)อายุ 4 – 7 ปี

-ทฤษฎีพัฒนาการด้านจริยธรรมของโคลเบอร์ก เป็น
นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ได้ศึกษาค้นคว้าทางด้านพัฒนาการทางจริยธรรม ซึ่งได้รับอิทธิพลความคิดและผลงานมาจากเพียเจท์
ระดับขั้นที่ 1 Premoral หรือ Preconventional
วัย 2 – 10 ปี
มี 2 ระยะ
ระยะที่ 1 การหลบหลีกการถูกลงโทษ ช่วงอายุ 2 – 7 ปี
ระยะที่ 2 การแสวงหารางวัล ช่วงอายุ 7 – 10 ปี

-ทฤษฎีพัฒนาการด้านความคิดความเข้าใจของบรุนเนอร์ ได้เสนอทฤษฎีเกี่ยวกับพัฒนาการทางการคิดและใช้เหตุผล (Cognitive) โดยอาศัยแนวคิดของเพียเจท์เป็นหลัก



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง




บันทึกอนุทินครั้งที่ 1

บันทึกอนุทินครั้งที่ 1

วัน ศุกร์ ที่ 18 เดือน มกราคม พ.ศ.2562

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตุ๊กตาน่ารักเคลื่อนไหว



     วันแรกก็เข้าสู่บทเรียนบทที่ 1 เรื่อง เด็กปฐมวัยและพัฒนาการ  ซึ่งเด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี  มีธรรมชาติที่อยากรู้อยากเห็น ช่างสงสัย ช่างซักถาม ชอบค้นคว้า สำรวจ ความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย จำเป็นต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู และการเรียนรู้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับวัย ด้วยการจัดประสบการณ์และการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เด็กได้พัฒนาตามศักยภาพของตน เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต เป็นคนดี และมีวิธีสังเกตการเจริญเติบโตของเด็ก ใช้วิธีการง่าย ๆ คือ การสังเกตหรือสอบถามจากผู้ที่มีลูกแล้ว เมื่อทราบและสังเกตพบว่า เด็กมีการเติบโตช้ากว่าเกณฑ์ปกติดังกล่าวข้างต้นประมาณ 2 – 3 เดือน สิ่งแรกที่ควรทำคือ
       1. พาเด็กไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อตรวจพัฒนาการของเด็ก
       2. พาเด็กไปรับการส่งเสริมพัฒนาการตามโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน รวมทั้งศูนย์บริการสาธารณสุขต่าง ๆ 

                                                                       à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ ตุ๊กตาน่ารักเคลื่อนไหว